|
เขียนโดย webmaster
|
|
วันพุธที่ ๓๐ กรกฏาคม ๒๕๕๑ เวลา ๒๑:%M |
ศูนย์สังคมพัฒนา (อภิบาลด้านสังคม) สังกัดมูลนิธิคาทอลิกสุราษฎร์ธานี
“บ้านพรตะวัน” เป็นสำนักงานของมูลนิธิคาทอลิกสุราษฎร์ธานี ที่ทำงานด้านสังคมและการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ตามแนวทางของพระศาสนจักรคาทอลิก ในเขตจังหวัดพังงา และใกล้เคียง โดยเน้นการมีส่วนร่วม การทำงานร่วมกันของชาวบ้าน และประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับผู้นำชุมชน และหน่วยงานภาครัฐ โดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ และศาสนา เป็นศูนย์ศึกษาเรียนรู้ สิ่งแวดล้อม ศาสนา และวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อสานสร้างความสัมพันธ์ร่วมกันในสังคม เพื่อเกิดความร่วมมือ สันติระหว่างกันในชุมชนที่มีความหลากหลายทั้งเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม เป็นศูนย์บริการชุมชน เพื่อรองรับการจัดกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมเด็ก เยาวชน หรือคนชรา เพื่อชุมชนในเขตอำเภอตะกั่วป่า และอำเภอใกล้เคียง เป็นศูนย์ที่รองรับ การพบปะ การอบรมสัมมนา การแลกเปลี่ยนความรู้ ทั้งสำหรับชุมชน และผู้ประสงค์มาสัมผัสชีวิต แสวงหาประสบการณ์ ศึกษาสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมท้องถิ่น ประวัติฝ่ายสังคม สังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี
ริเริ่มตั้ง “มูลนิธิคาทอลิกสุราษฎร์ธานี” มูลนิธิคาทอลิกสุราษฎร์ธานี ได้ถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2514 (ค.ศ.1971) ได้รับหนังสือจัดตั้งเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ.2514 โดยมีสำนักงานอยู่ที่บ้านเลขที่ 456-460 ถ.ตลาดใหม่ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี และมีมุขนายก คือ บาทหลวง ป.คาเร็ตโต เป็นผู้ริเริ่มจัดตั้งขึ้น โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ.2512 กล่าวคือ เมื่อท่าน ป.คาเร็ตโต ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นมุข-นายกของสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี ในปี พ.ศ.2512 ให้มีหน้าที่ดูแลกลุ่มคริสตชนใน 15 จังหวัดภาคใต้ เมื่อประมาณ 30 กว่าปีมาแล้ว ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร และได้มาขอร้องท่าน ป.คาเร็ตโต ให้ช่วยหาที่ดินทำกินให้ ท่าน ป.คาเร็ตโต จึงได้นำเรื่องไปปรึกษาท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ในขณะนั้นคือ คุณคล้าย จิตพิทักษ์ ซึ่งมีความคิดเห็นพ้องต้องกันกับข้อเสนอของท่านมุขนายก ป.คาเร็ตโต และได้นำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาที่ดินจังหวัด โดยเชิญท่านมุขนายกเข้าประชุมด้วย ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบในหลักการ จึงให้ท่านมุขนายก ป.คาเร็ตโต ดำเนินการตามระเบียบของทางราชการต่อไป เพื่อขอที่ดินจัดสรรให้ชาวบ้านมีที่ดินทำกินถาวร ที่เขตอำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี จากเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดแรงบันดาลใจดังกล่าว ท่าน ป.คาเร็ตโต จึงดำริให้จัดตั้งมูลนิธิขึ้นมา เพื่อรองรับความคิดดังกล่าว และนำมาดำเนินการให้เป็นรูปธรรม จนได้รับการจัดตั้งอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ.2514 และได้ดำเนินการต่อมาจนถึงปัจจุบัน วิวัฒนาการงานด้านสังคม ศูนย์ฯ มีพื้นที่การทำงานตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ลงมาจนถึงจังหวัดสุราษฏร์ธานี จากบันทึกพบว่า การทำงานด้านพัฒนาของพระศาสนจักร เริ่มตั้งแต่ปี 2493 โดยพระสังฆราชเปโตร คาเร็ตโต และบาทหลวงเปโตร เยลลีซี่ ไปบุกเบิกพื้นที่งานอภิบาลพร้อมกับการบุกเบิกพื้นที่ทำกินของกลุ่มคริสตชนลงไปทางใต้ โดยเป็นกลุ่มคริสตชนจากราชบุรี สมุทรสงคราม นครปฐม โดยเริ่มตั้งรกรากที่บ้านแสงอรุณ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ขยายลงไปยังบ้านทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ บ้านทับคริสต์ จังหวัดสุราษฏร์ธานี บ้านสมหวัง จังหวัดสุราษฏร์ธานี บ้านยอแซฟ จังหวัดชุมพร บ้านมารี ปากจั่น จังหวัดระนอง ในยุคแรกนั้นการทำงานพัฒนาจะควบคู่กับงานอภิบาล เนื่องด้วยบริเวณดังกล่าวเดิมเป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม ทั้งมีปัญหาเรื่องการคมนาคม การติดต่อสื่อสาร และประการสำคัญต้องเผชิญกับไข้ป่า ทำให้การทำงานของมิชชันนารี เต็มไปด้วยความยากลำบาก เมื่อพระศาสนจักรสถาปนาสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานีแล้ว และมีการตั้งมูลนิธิคาทอลิกสุราษฎร์ธานีขึ้น เพื่อให้เป็นหน่วยงานที่ทำงานด้านสงเคราะห์และพัฒนาโดยตรง มีกลุ่มเป้าหมายคือ ประชาชนทั่วไปในเขตสังฆมณฑล ไม่จำกัดศาสนา และไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง กิจกรรมสำคัญก็คือ ให้การช่วยเหลือแก่ชาวบ้านด้านการเกษตร ด้านการศึกษา และกิจกรรมสงเคราะห์ผู้ประสบภัยต่างๆ ต่อมาเมื่อมีชาวบ้านอพยพเข้ามาสมทบมากขึ้น และเมื่อสภาคาทอลิกแห่งประเทศไทยเพื่อการพัฒนา (ปัจจุบันใช้ชื่อ แผนกพัฒนาสังคม คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อการพัฒนาสังคม สภาพระสังฆราชฯ) ได้จัดให้การศึกษาด้านงานพัฒนา มีเจ้าหน้าที่ประจำ มีคณะกรรมการชุมชนเพื่อดูแลชุมชนร่วมกัน และมีบาทหลวงอูโก ซันนา เป็นผู้ดูแล การทำงานจึงเริ่มมีระบบมากขึ้น เนื่องจากชาวบ้านในช่วงยุคบุกเบิกค่อนข้างยากจน ศูนย์ฯ จึงได้นำแนวคิดเครดิตยูเนี่ยนเข้ามาช่วยแก้ปัญหาการเงินของชาวบ้าน โดยใช้วัดเป็นศูนย์กลางในการจัดกิจกรรมต่างๆ ช่วงปี พ.ศ.2518 - 2522 ซิสเตอร์สุภา ทองอำไพ คณะผู้รับใช้ดวงหทัยนิรมลของพระแม่มารีย์ ได้รับมอบหมายให้ทำงานด้านเอกสารงานสังคมพัฒนา พร้อมกับงานติดตามเยี่ยมเยียนให้การอบรมปลุกจิตสำนึกชาวบ้านด้วย ปี พ.ศ.2522 - 2533 ซิสเตอร์คณะอัสสัมชัญได้รับมอบหมายให้ทำงานด้านพัฒนา จัดระบบการทำงานภาคสนามและสำนักงาน ขณะนั้นมี บาทหลวงสนอง ช้อนทอง รับหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ฯ ต่อมา บาทหลวงประธาน ศรีดารุณศีล และพระสังฆราชประพนธ์ ชัยเจริญ รับหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ตามลำดับ ปี พ.ศ.2533 - 2541 ซิสเตอร์สุภา ทองอำไพ ได้รับมอบหมายให้ทำงานด้านพัฒนาอีกครั้ง โดยออกเยี่ยมเยียนกลุ่มคริสตชน และติดตามโครงการกับชาวบ้าน อย่างไรก็ตาม กิจกรรมที่ศูนย์ฯ เคยจัดให้กับชาวบ้าน ได้แก่ กลุ่มกาแฟ กลุ่มเครดิตยูเนี่ยน กลุ่มปุ๋ย กลุ่มพัฒนาแหล่งน้ำ กลุ่มปลูกผัก กลุ่มเลี้ยงไก่ กลุ่มวัว กลุ่มทดลองปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ปัจจุบันหลายโครงการปิดไปแล้วเนื่องจากไม่มีความจำเป็น ปี พ.ศ.2543-2547 บาทหลวงสืบศักดิ์ กล้วยไม้ ณ อยุธยา ได้รับมอบหมายจากคณะสติกมาตินให้ทำงานด้านพัฒนากับชาวบ้าน โดยทำหน้าที่รักษาการตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ฯ และเป็นผู้ประสานงานกับสำนักเลขาธิการฯ ดูแลโครงการและกิจกรรมต่างๆ ที่จัดให้กับกลุ่มเป้าหมายของแผนกพัฒนาสังคม คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อการพัฒนาสังคม สภาพระสังฆราชฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร พร้อมกับดูแลกลุ่มคริสตชนจังหวัดระนองและชุมพร กิจกรรมที่ได้จัดให้กับกลุ่มเป้าหมายคือ จัดให้เป็นแหล่งความรู้ทางวิชาการ โดยจัดอบรมความรู้ต่างๆ ตามที่กลุ่มชาวบ้านประสงค์ เป็นต้น ความรู้เรื่องการสร้างเตาเผาถ่านคุณภาพสูง การดักเก็บสารวู๊ดเวเนการ์ และการใช้สารวู๊ดเวเนการ์ทางการเกษตรเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม และจัดตั้งศูนย์สำหรับส่งเสริมทางด้านเทคโนโลยีเกษตรชีวภาพ จากวิกฤติการณ์ธรณีพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิกระทบชายฝั่งอันดามัน เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 คลื่นแห่งความรัก และพระพรจากพระเป็นเจ้า ผ่านทางบุคลากร ทั้งพระสงฆ์ นักบวช และฆราวาส ด้วยการสนับสนุนของสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย โดยทางมูลนิธิคาทอลิก สุราษฎร์ธานี จึงได้ดำเนินการปฏิบัติงาน บรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยจากธรณีพิบัติ ปี พ.ศ.2548 - ปัจจุบัน เนื่องจากการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเขตจังหวัดพังงาเป็นงานเร่งด่วน และงานเฉพาะกิจ บาทหลวงสุวัฒน์ เหลืองสอาด จึงเข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ฯ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยตะกั่วป่า เพื่อทำงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเขตจังหวัดพังงา เมื่อการดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ดำเนินการมาระยะหนึ่ง จึงเป็นโอกาสสำหรับการเปิดศูนย์อภิบาลด้านสังคม (ปัจจุบันชื่อ ศูนย์สังคมพัฒนา (อภิบาลสังคม) สังฆมณฑลสุราษฎร์ฯ) ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2549 เพื่อมุ่งเน้นการทำงานด้านพัฒนาชุมชนและสังคม สำหรับจังหวัดพังงา และพื้นที่ใกล้เคียงในระยะยาว และที่สำคัญเป็นโอกาสของสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี เริ่มหันมาทบทวนบทบาท และแนวทางการทำงานด้านสังคมที่เป็นระบบมากขึ้น ปี พ.ศ.2549 จึงมีเป้าหมายในการการวางระบบและโครงสร้างการทำงานของ “ฝ่ายสังคม” ในสังฆมณฑลให้ชัดเจนมากขึ้น และมีเป้าหมายขยายพื้นที่การทำงานและวางเครือข่ายการทำงานด้านสังคมให้ครอบคลุมในทุกๆ พื้นที่ของสังฆมณฑลให้มากที่สุด โดย บาทหลวงสุวัฒน์ เหลืองสอาด ซึ่งเป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ ที่พังงา ได้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมาธิการฝ่ายสังคม ของสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานีด้วย ตั้งแต่วันแรกจึงถึงปัจจุบัน บุคลากรเหล่านี้ “เป็นเครื่องหมายแห่งความรักของพระเจ้า” (Sign of God’s love) ท่ามกลางพี่น้องผู้ประสบภัย เข้าไปเสาะแสวงหาผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือผู้ที่ตกสำรวจผู้ที่อยู่ห่างไกล ผู้ได้รับผลกระทบทางอ้อม และผู้ยากจนที่ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด อีกทั้งดำเนินชีวิตเคียงข้างกับพี่น้อง เปิดใจ เสวนากับศาสนาและวัฒนธรรมท้องถิ่นโดยปราศจากเงื่อนไขใด ๆ และไม่นานเกินรอเพียง 3 ปี หลังเหตุการณ์ความเสียหายครั้งใหญ่ พระศาสนจักรคาทอลิกสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานีได้แสดงตัวที่ตะกั่วป่าอย่างชัดเจน ยอดกางเขนสูงเด่นมองเห็นได้ถึงชายหาดบางสัก พระรูปแม่พระแจกจ่ายพระหรรษทานยืนตระหง่านต้อนรับทุกคนตั้งแต่หน้าประตู โบสถ์ ทรง 8 เหลี่ยม สถาปัตยกรรมกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อมภายใต้ซ่อนตัวอยู่ในสวนยางพารา ห่างจากถนนเพชรเกษมกิโลเมตรที่ 77 เพียง 300 เมตร เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2008
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ ๐๑ มิถุนายน ๒๕๕๓ เวลา ๑๗:%M |